
ทำไมอนาคตของเชื้อเพลิงทางทะเลจึงเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว?
อุตสาหกรรมการเดินเรืออาจคุ้นเคยกับการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ แต่ความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในด้านเชื้อเพลิงทางทะเลนั้นเป็นประเด็นที่ทุกฝ่ายในอุตสาหกรรมจับตามองอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่กฎระเบียบการปล่อยมลพิษที่เข้มงวดขึ้น ไปจนถึงกระแสการลดคาร์บอน เจ้าของเรือและผู้เช่าเรือต่างต้องเผชิญกับภูมิทัศน์ของเชื้อเพลิงที่เปลี่ยนไปจากเมื่อห้าปีก่อนอย่างสิ้นเชิง
ที่ Ocean Unity, we’ve had a front-row seat to these shifts — and we’re helping our clients adapt every step of the way.
ผลกระทบจาก IMO 2020 — และสิ่งที่จะตามมา
เมื่อองค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) บังคับใช้กฎลดปริมาณซัลเฟอร์ในเชื้อเพลิงเหลือ 0.5% ในปี 2020 อุตสาหกรรมต่างเร่งปรับตัวเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนด บางรายเลือกใช้เชื้อเพลิงกำมะถันต่ำ (LSFO) บางรายติดตั้งอุปกรณ์ดักจับไอเสีย (Scrubber) หรือเปลี่ยนไปใช้ LNG แต่ทั้งหมดนั้นเป็นเพียงจุดเริ่มต้น
วันนี้เชื้อเพลิงทางเลือกอย่างเมทานอล แอมโมเนีย และแม้แต่ไฮโดรเจน กำลังกลายเป็นทางเลือกที่ “จริงจัง” สำหรับฝูงเรือแห่งอนาคต
ความหมายของสิ่งนี้ต่อผู้เช่าเรือและผู้ดำเนินงาน
การเลือกเชื้อเพลิงที่เหมาะสม ไม่ใช่แค่การตัดสินใจด้านเทคนิค — แต่มันคือการตัดสินใจเชิงพาณิชย์ ในสภาวะที่การเข้าถึงเชื้อเพลิงและราคาผันผวน กลยุทธ์การเช่าเรือที่เหมาะสมกลายเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง
ไม่ว่าจะเป็นการทำความเข้าใจส่วนต่างราคาน้ำมัน (Bunker Spread) หรือการทำสัญญาจัดหาเชื้อเพลิงระยะยาว โต๊ะนายหน้าของเราช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจเรื่องเชื้อเพลิงได้อย่างมั่นใจ โดยเชื่อมโยงผู้เช่าเรือเข้ากับผู้ดำเนินการที่มีศักยภาพและผ่านมาตรฐาน พร้อมควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
บทบาทของนายหน้าในอนาคตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ที่ Ocean Unity, เราไม่ได้แค่ “เฝ้าดู” แนวโน้ม — เราคือที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์ ทีมของเราช่วยลูกค้าในการประเมินทางเลือกเชื้อเพลิงตามเส้นทางเดินเรือ สเปคของเรือ และข้อกำหนดทางกฎระเบียบ และในขณะที่เชื้อเพลิงรูปแบบใหม่เกิดขึ้น เราก็พร้อมอยู่ข้างหน้า ด้วยข้อมูลตลาดและการวิเคราะห์เชิงลึกเพื่อช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจได้อย่างยั่งยืนและชาญฉลาด